 |
| โครานโด ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทด้วย |
|
 |
ข่าวในประเทศ-เหตุค่าเงินบาทแข็งตัว ซันยองประกาศปรับราคารถใหม่ “โครานโด” ลงอีกกว่าแสนจากราคาตั้งเปิดตัว 1.79 ล้านบาท เหลือ 1.68 ล้านบาท ล็อตแรกส่งมอบได้เมษายนนี้ พร้อมขยายดีลเลอร์สู่ภาคอีสาน เดินหน้าหวังยอดขายทั่วประเทศทะลุพันคัน หลังจากปีที่แล้วกวาดยอดร่วม 800 คัน เติบโตเกือบ 50% ขณะที่เอจีคาร์ฯ มุ่งสร้างมาตรฐานผู้นำเข้าอิสระ เตรียมเปิดศูนย์บริการขนาดใหญ่ภายในเดือนมีนาคม เน้นจุดขายจ่ายเงินรับรถได้โดยไม่ต้องจอง
|
 |
| วิรัตน์ ผลประดับ บริหารงานทั้งซันยองและเอจีคาร์ฯ |
|
 |
วิรัตน์ ผลประดับ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2011 คือ ซันยอง โครานโด รถยนต์ เอสยูวีรุ่นใหม่ขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ดีเซลคอมมอลเรลเทอร์โบ 176 แรงม้า หลังจากมีการนำเข้ามาเปิดตัวและรับจองภายในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1.79 ล้านบาท คาดว่ารถยนต์ล็อตแรกจะสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ราวเดือนเมษายน พร้อมรับสิทธิพิเศษในราคาจำหน่ายที่ลดลงเหลือ 1. 68 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และมุ่งใช้การจัดกิจกรรมเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ให้กับลูกค้า
|
“กิจกรรมทางการตลาดของซันยองจะเน้นรถยนต์ทุกรุ่นควบคู่ไปกับโครานโดใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใช้ได้ทดลองขับรถ จากการโรดโชว์ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้รับทราบถึงสมรรถนะและความคุ้มค่าของตัวรถอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่จะจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มลูกค้าเก่าในการใช้รถร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม และการกุศลอย่างต่อเนื่องราว สองเดือนครั้ง” วิรัตน์ ผลประดับ กล่าวและว่า
|
“นโยบายของบริษัทในปี 2011 มุ่งเน้นที่จะดูแลกลุ่มลูกค้าเก่าแบบวีไอพีเพื่อได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งที่ซื้อรถไปใช้แล้วและกำลังจะตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดปีนี้จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มอีก2แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ นครราชสีมาและอุดรธานี ซึ่งทั้งสองแห่งจะเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ให้บริการด้านการขายพร้อมศูนย์บริการเต็มรูปแบบ หลังจากปีที่แล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากการเปิดให้บริการสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มไปแล้วสองแห่ง คือ พัทยาและเชียงใหม่”
|
 |
| เน้นมาตรฐานงานบริการ |
|
 |
ขณะเดียวกันได้ชี้แจงภาพรวมของตลาดรถยนต์ในช่วงปี 2010 ที่ผ่านมา มีอัตรายอดจำหน่ายรวมถึงหลัก 8 แสนคัน และเชื่อว่าตลาดโดยรวมยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 840,000 คัน ทั้งกำหนดเป้าหมายการขายโดยรวมไว้ราว 1,000 คัน สืบเนื่องจากปีก่อนมีอัตราการเติบโตที่ดีรวมยอดจำหน่ายเกือบ 800 คัน เพิ่มขึ้นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2009 ที่มียอดจำหน่ายราว 500 คัน
|
 |
| สตาวิค อีกรุ่นที่ยอดขายมาแรง |
|
 |
นอกจากนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมในส่วนธุรกิจค้ารถนำเข้า ภายใต้ บริษัท เอ.จี. คาร์ส จำกัด ไว้ว่า “ตั้งเป้าปีนี้จะมียอดจำหน่ายราว 500 คัน ขณะที่ปีก่อนมีประมาณ 300 คัน ประกอบกับตลาดรถไทยเป็นตลาดเสรี ผู้ค้าอิสระเป็นสีสันของวงการ ถือเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ใช้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างไม่มีข้อจำกัด เราไม่ได้ต้องการเข้าไปแทรกแซงตัวแทนจำหน่าย แต่ผู้ใช้รถควรจะมีโอกาสได้เลือกโดยไม่ถูกปิดกั้น อย่างไรก็ตาม เราพยายามที่จะสร้างมาตรฐานให้กับ เอ.จี. คาร์ส และวงการผู้ค้ารถนำเข้า ด้วยการเน้นให้ลูกค้าได้เห็นรถจริง ไม่ใช่แค่จองและวางเงินจากกระดาษแค่แผ่นเดียวแล้วไม่ได้รถ”
|
 |
| รถหรูนำเข้าตลาดเกรย์มาร์เกต |
|
 |
ผู้บริหาร เอ.จี.คาร์ส กล่าวว่า “สำหรับตลาดเกรย์มาร์เก็ตจะยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง เพราะในตลาดโลกจะมีรถรุ่นใหม่ออกมาจำหน่ายเยอะมาก หลังสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่จะมีงานโชว์ใหญ่ในกรุงเจนีวา นับว่าเป็นเวลาทองของผู้นำเข้าอิสระอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อยากจะเตือนผู้บริโภคให้มีความระมัดระวังในการสั่งซื้อรถ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการรถรุ่นพิเศษอาจต้องสั่งจองด้วยเงินจำนวนมาก และต้องรอเป็นเวลานาน อาจเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ต่างกับผมมีขายแค่ที่จอดอยู่ในโชว์รูม ไม่มีรับจองล่วงหน้า ชอบใจคันไหนเอาเงินมาและรับรถไปเลยไม่ต้องรอ”
พร้อมทิ้งท้ายในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเกรย์มาร์เกตว่า “เนื่องจากปัจจุบัน ทั้งคุณภาพของสินค้าและบริการของผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ เป็นหน้าตาหรือเครดิตของผู้จำหน่าย เราจึงเน้นนโยบายค้าขายแบบจริงใจ โดยมีศูนย์บริการขนาดใหญ่มาตรฐานที่ลงทุนมากกว่า 50 ล้านบาท และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้”
|